
บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) รุกขยาย ‘LITTLE WALK Ramkhamhaeng’ (ลิตเติ้ลวอล์ค รามคำแหง) Convenience Shopping Mall สาขาที่ 6 ปักหมุดชานเมืองโซนตะวันออก ทุ่มงบกว่า 130 ล้านบาท ปั้นเดสทิเนชันแหล่งช้อป กิน เที่ยว รวมความครบครันทุกไลฟ์สไตล์เพื่อคนทุก Gen พร้อมดึง Magnet ร้าน BONUS SUKI (โบนัสสุกี้) ที่แรกในกรุงเทพฯ, ชาตรามือ ไดร์ฟทรูที่แรกในกรุงเทพฯ และตอบโจทย์ Healthy Lifestyle Trends รูปแบบการดำเนินชีวิตที่มีสุขภาพดี ด้วยศูนย์คนรักสุขภาพกับฟิตเนส, พิลาทิส, นวด&สปา ฯลฯ พร้อมศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะสำหรับเด็ก ยึดจุดแข็ง Strip Mall รองรับความสะดวกสบาย และโอกาสด้านคมนาคมรถไฟฟ้าสายสีส้ม คาดจะสามารถตอบรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์แบบ
นายเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทรัพย์สิน บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน)และผู้บริหารโครงการ ‘LITTLE WALK’ เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางแผนขยายการเติบโตโครงการ LITTLE WALK ให้ครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้าในทุกพื้นที่กรุงเทพและชานเมือง โดยยังคงเน้นทำเลศักยภาพที่มีความหนาแน่นของหมู่บ้าน และสาธารณูปโภคต่างๆ ล่าสุดได้ขยายสาขาใหม่ LITTLE WALK รามคำแหง ลำดับที่ 6 ในพื้นที่เขตสะพานสูง (รามคำแหง 129) โดยปั้นให้เป็นแหล่งช้อปแห่งใหม่รวมเรื่องกิน เที่ยว สุขภาพ ศูนย์การศึกษาสำหรับเด็ก ให้ครอบคลุมครบไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัว และผู้บริโภคทุก Gen ขนาดพื้นที่ 4,300 ตร.ม. (บนที่ดินกว่า 7 ไร่) รวมร้านค้าเช่ามากกว่า 30 ร้าน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบครันทั้ง “ช้อป ชม ชิลล์”
โดยเหตุผลที่เลือกปักหมุดในโซนตะวันออกของกรุงเทพฯ ย่านรามคำแหง เนื่องจากพบว่าเป็นทำเลที่มีความหนาแน่นของประชากร 3,410.68คน / ตร.กม. ซึ่งถือว่าความหนาแน่นของประชากรและแรงงานในพื้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของเมือง โดยพื้นที่ในรัศมี 4 กม. มีประชากร 291,232 คน อีกทั้งยังมีโครงการที่อยู่อาศัยระดับตั้งแต่ 3.7-20 ล้านบาท ซึ่งประชากรในพื้นที่มีอายุ 25-44 ปี และกว่า 85% เป็นกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงพรีเมียม มีรายได้เฉลี่ย 40,000 บาทต่อเดือน และมีการใช้จ่ายด้านค้าปลีกทั้งหมดกว่า 114,000 บาทต่อคนต่อปี เป็นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับร้านค้า และยังเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ล้อมรอบด้วยเขตต่างๆ ได้แก่ บึงกุ่ม, คันนายาว, มีนบุรี, ลาดกระบัง, ประเวศ, สวนหลวง และ บางกะปิ ทำให้มีผู้คนสัญจรผ่านไปมาเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อด้วยสถานที่สำคัญ ทั้งสถาบันการศึกษา 20 แห่ง โรงพยาบาล 3 แห่ง และในย่านดังกล่าวยังไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ภายในรัศมี 2 กิโลเมตร และมีร้านอาหารจานด่วน (QSRs) คาเฟ่จำนวนน้อยมาก เมื่อเทียบกับจำนวนลูกค้าเป้าหมายที่มีศักยภาพกว่า 46,000 คน จึงเป็นโอกาสที่จะเข้ามารองรับความต้องการของลูกค้าทั้งร้านอาหาร ด้านสุขภาพ และบริการต่างๆ ที่ครบครัน ทั้งยังเป็นทำเลที่เชื่อมโยงระหว่างกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกันด้วยรถไฟฟ้าสายสีส้ม (พิกัดสถานีคลองบ้านม้า โดยจะเปิดให้บริการในอีกไม่นานนี้) นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อด้วยระบบขนส่งมวลชน รถไฟฟ้ามหานคร ทั้งหมดนี้ถือเป็นจุดแข็งที่เอื้อในการเพิ่มทราฟฟิกให้กับศูนย์ในระยะยาว ช่วยผลักดันฐานลูกค้าในเมืองออกมาช้อปนอกเมืองเพื่อเลี่ยงความแออัดการจราจร และสร้างการเติบโตสำหรับร้านค้าเช่าพื้นที่ด้วย
โดย LITTLE WALK สาขารามคำแหง ดีไซน์เป็นอาคารชั้นเดียวเน้นโทนสีร้านค้าด้วยสีสันสดใสสะดุดตา ยึดคอนเซ็ปต์รูปแบบ Strip Mall (ร้านค้าเรียงแถวแนวเดียวกัน ซ้าย-ขวา) ให้เข้า-ออกและช้อปสะดวก รองรับที่จอดรถได้มากถึง 200 คัน นอกจากนี้ยังรวมร้านค้าเช่าให้เลือกช้อปและใช้บริการมากมาย อาทิ
“ซึ่งปัจจุบัน Little Walk ได้ขยายสาขารวมทั้งสิ้น 6 สาขา เริ่มต้นแห่งแรกที่สาขาบางนา, พัทยา, ลาดกระบัง, กรุงเทพกรีฑา,รัตนาธิเบศร์ รวมถึง รามคำแหง ซึ่งแต่ละแห่งล้วนตั้งอยู่ในทำเลที่เข้าถึงง่าย โดยเราตั้งใจให้ Little Walk เป็นมากกว่าแหล่งช้อปที่รวมร้านค้า แต่ยังเป็นคอมมูนิตี้ของทุกครอบครัวที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้ชีวิตประจำวันของลูกค้าทุกกลุ่ม `ทั้งนี้ยังเป็นจุดนัดพบกลุ่มเพื่อนได้มาผ่อนคลายและทำกิจกรรมต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายลูกค้า (Target Customer) แบ่งเป็นสัดส่วนดังนี้ กลุ่มครอบครัวและเด็ก 40%, เจ้าของธุรกิจและพนักงานออฟฟิศ 30%, คนรุ่นใหม่หรือกลุ่มนักศึกษา 30% คาดว่า Little Walk รามคำแหง จะมารองรับความต้องการให้กับลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ” นายเอกลักษณ์ กล่าว





