นางเพ็ญนภา ธนสารศิลป์
ประธานกรรมการ

เรียน ท่านผู้ถือหุ้น และท่านผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน

ปี 2568 เป็นปีที่สภาพแวดล้อมทางธุรกิจยังคงเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนกำลังซื้อภายในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความรอบคอบในการตัดสินใจใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ และประโยชน์ใช้สอยในระยะยาวเป็นหลัก โดยเฉพาะการใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยและการปรับปรุงบ้าน ซึ่งยังคงเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์คุณภาพชีวิตในระยะยาว ในภาคธุรกิจเองก็เช่นกัน ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป กำลังซื้อที่ยังเปราะบาง ตลอดจนการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงในธุรกิจค้าปลีกเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน และธุรกิจพื้นที่เช่า บริษัทจึงได้กำหนดทิศทางและกลยุทธ์การดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาพอร์ตสินค้าให้ครอบคลุมทุกระดับราคา พร้อมสร้างความแตกต่างด้านคุณภาพ การออกแบบ และความคุ้มค่า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ทั้งด้านฟังก์ชัน ดีไซน์ และระดับราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพโดยอาศัยความได้เปรียบจากการมีโรงงานผลิตของบริษัทเอง ซึ่งช่วยควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน และโครงสร้างต้นทุนได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพของผลการดำเนินการและสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ในด้านช่องทางการจำหน่าย บริษัทได้ต่อยอดความแข็งแกร่งของช่องทางดิจิทัล ด้วยการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์และระบบบริหารข้อมูลลูกค้า (CRM และ Loyalty Program) เพื่อยกระดับประสบการณ์แบบ Omnichannel เชื่อมโยงประสบการณ์ลูกค้าระหว่างสาขาและแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้ง Website, Social Media และ E-Marketplace เพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ ลดการพึ่งพาช่องทางใดช่องทางหนึ่ง รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

โดยช่องทางออนไลน์ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนรายได้ของบริษัท จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการเลือกซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากยิ่งขึ้น ทั้ง Marketplace และ Social Media ทำให้บริษัทสามารถบริหารรูปแบบการขายได้อย่างยืดหยุ่น และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างทันท่วงที ส่งผลให้ยอดขายช่องทางออนไลน์ยังคงเติบโตในระดับที่น่าพอใจและเป็นแรงสนับสนุนสำคัญต่อภาพรวมของธุรกิจ

ปี 2568 บริษัทได้เปิดให้บริการ Index Living Mall สาขาเชียงราย ซึ่งนับเป็นสาขาที่ 35 ของบริษัท โดยมุ่งตอบโจทย์ความต้องการด้านสินค้าและบริการเรื่องบ้านของลูกค้าในพื้นที่ภาคเหนือและจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ ภายใต้แนวคิด “แต่งบ้านที่ใช่ ในเมืองที่รัก” เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในท้องถิ่นควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตและที่อยู่อาศัย การเปิดสาขาดังกล่าวสะท้อนถึงกลยุทธ์ของบริษัทในการเลือกทำเลที่มีศักยภาพการเติบโต ทั้งในด้านกำลังซื้อ การขยายตัวของเมือง และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนการเชื่อมโยงกับภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการในพื้นที่ ซึ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของทั้งธุรกิจค้าปลีกและฐานลูกค้าในระยะยาว

บริษัทให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Sustainable Living for Future Lifestyle” โดยขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนผ่านกรอบ 3G ได้แก่ Great Experience (การสร้างประสบการณ์ที่ดีจากสินค้าและบริการ), Grow Together (การเติบโตไปพร้อมกับพนักงาน ชุมชน และคู่ค้า) และ Green Planet (การใส่ใจสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ) ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการใช้สินค้าและบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

รวมทั้งกำหนดเป้าหมายด้าน ESG ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น อาทิ การลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การเพิ่มสัดส่วนสินค้าเพื่อความยั่งยืน และการยกระดับการกำกับดูแลกิจการให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ซึ่งในปีนี้เองบริษัทได้มีการทวนสอบคาร์บอนฟุตพริ้นต์ขององค์กร (Carbon Footprint Organization: CFO) แก่องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) เป็นครั้งแรก เพื่อขอเครื่องหมายรับรอง Carbon Footprint ของ TGO อย่างเป็นทางการต่อไป

บริษัทมีความภาคภูมิใจที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ “AAA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน (ESG) และการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท โดยก้าวขึ้นมาจากระดับ AA ในปีก่อนหน้า และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจแบบองค์กรยั่งยืน ส่วนของการกำกับดูแลกิจการ บริษัทได้รับคะแนนด้านการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) จากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทย (IOD) ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 6 และในปีนี้ยังได้รับคะแนนสูงสุดระดับ Top Quartile สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน นอกจากนี้ บริษัทได้รับการรับรองเพื่อเข้าเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption : CAC) โดยมีการรับรองการต่ออายุสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย ครั้งที่ 1 ระดับ 2 ดาว โดยมีผล 3 ปี นับแต่วันที่ 30 กันยายน 2568 - 30 กันยายน 2571 ตอกย้ำการดำเนินธุรกิจด้วยหลักธรรมาภิบาล ซื่อสัตย์ และโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง

สำหรับปี 2569 แม้เศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกยังเผชิญกับความผันผวนและความไม่แน่นอน บริษัทมีความพร้อมในการปรับตัวและขับเคลื่อนธุรกิจด้วยกลยุทธ์ที่รอบคอบ ควบคู่กับการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการรักษาสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว

ในนามของคณะกรรมการบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) ใคร่ขอขอบพระคุณผู้ถือหุ้น พันธมิตรทางธุรกิจ ตลอดจนลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างดียิ่งเสมอมา รวมถึงผู้บริหารและพนักงานทุกท่านที่ทุ่มเท สนับสนุน และร่วมสร้างความสำเร็จให้บริษัท เราสัญญาว่าจะมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส ควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนต่อไป